ปราสาทโอซะกะ

ปราสาทโอซะกะเป็นอีกหนึ่งปราสาทของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในเรื่องความยิ่งใหญ่สวยงามมีบทบาทในช่วงรวมประเทศจุดเด่นของปราสาทแห่งนี้อยู่ที่มีสิ่งก่อสร้าง 13 อย่างที่รัฐบาลญี่ปุ่นระบุให้เป็นทรัพย์สมบัติสำคัญในทางวัฒนธรรม สิ่งที่มีชื่อเสียงมากเป็นพิเศษคือ ประตูขนาดใหญ่และและป้อมปราการที่อยู่ตามคูกำแพงเมืองรอบนอก กำแพงสูงชันที่สูงเกือบถึง 30 เมตร นั้นทำมาจากก้อนหินขนาดใหญ่ซึ่งส่งเข้ามาในโอซะกะจากเหมืองที่อยู่ห่างออกไปมากกว่า 100 กิโลเมตร ความสูงของกำแพงและความกว้างของคูกำแพงเมืองที่เห็นนั้นไม่สามารถเทียบได้กับปราสาทอื่นๆในญี่ปุ่นได้เลยสิ่งที่น่าสนใจยังรวมถึง หลังคารูปปลาโลมาแปดตัวของหอ และหลังคาอยู่ประดับไปด้วยกระเบื้องและแกะสลักเป็นรูปทรงของเสือ ซึ่งทั้งหมดจะถูกชุบด้วยทองคำหอสูงของปราสาทได้รับการซ่อมแซมใหม่ในปี พ.ศ. 2540 การซ่อมแซมในครั้งนี้ได้นำโครงสร้างอันงดงามของกำแพงความบริสุทธิ์และความสุกใสของทองคำกลับมาให้เราเห็นอีกครั้ง ความงดงามของปราสาทจึงได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอซะกะ  ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างโดย โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ สั่งให้มีการก่อสร้างปราสาทโอซะกะที่บริเวณวัดอิชิยะมะฮงกัน โดยนำแบบแปลนมาจากปราสาทอะซุชิ อันเป็นศูนย์บัญชาการหลักของโอะดะ โนะบุนะงะ โทะโยะโตะมิต้องการจะสร้างให้เหมือนกับปราสาทอะซุชิ แต่สุดท้ายแล้วกลับโดดเด่นกว่า โดยหอคอยหลักมี 5 Read More …

ศาลเจ้าฟุชิมิ อินะริเมืองเคียวโตะ

ศาลเจ้าในประเทศญี่ปุ่นถือเป็นสถานที่สำคัญเพราะเป็นสถานที่ที่มีกว้างขวางไว้ทำกิจกรรมของชุมชนหรือแม้แต่งานเทศกาลของเมืองนั้นๆซึ่งได้ทำมาตั้งแต่ อดีตมาจนถึงปัจจุบันถึงพิธีกรรมบ้างอย่างอาจจะเปลี่ยนไปบ้างตามความเชื่อของคนสมัยใหม่แต่ส่วนใหญ่กิจกรรมของศาลเจ้าในญี่ปุ่นวัยรุ่นหนุ่มสาวให้ความสำคัญมากพอสมควรอาจเพราะได้ถือเป็นการเดินเที่ยวเล่นไปด้วยก็ได้คงเหมือนงานวัดบ้านเราละครับส่วนศาลเจ้าฟุชิมิ อินะริ นั้น ในแต่ละปีก็จะมีพิธีไหว้ เทพเจ้า อินะริ ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความเคารพบูชาเพราะเป็นเทพที่ช่วยให้เรื่องการงานความก้าวหน้าของหน้าที่การงานศาลเจ้าชินโตของเทพอินะริ อันเป็นเทพแห่งกสิกรรม ตั้งอยู่ในเขตฟุชิมิ นครเคียวโตะ ประเทศญี่ปุ่น ศาลเจ้านี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ตัวศาลเจ้าตั้งอยู่บนพื้นที่เชิงเขาที่ระดับความสูง 233 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งภูเขาก็มีนามเดียวกันคือภูเขาอินะริ ซึ่งรอบๆเชิงเขานี้ยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าเล็กๆอีกมากมายตลอดระยะทาง 4 กิโลเมตร ซึ่งสามารถเดินเท้าและเยี่ยมชมได้โดยใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงตั้งแต่ยุคโบราณ ชาวญี่ปุ่นนับถือเทพอินะริในด้านการอุปถัมภ์ค้ำชูและส่งเสริมความเจริญในการงานและกิจการ ซึ่งความศรัทธานี้ยังคงอยู่จนตราบจนปัจจุบัน บรรดาเสาโทะริอิที่มากมายของศาลเจ้าแห่งนี้นั้น ล้วนเป็นศรัทธาจากบริษัท, ห้างร้าน, โรงงานในญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละต้นจะมีการจารึกผู้บริจาคไว้ศาลเจ้าแห่งนี้ถือเป็นศาลใหญ่ Read More …

ปราสาทฮิเมะจิแห่งเมืองเฮียวโงะ

ปราสาทฮิเมะจิเป็นปราสาทโซกุนที่ยังคงหลงเหลือความสวยงามถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความเก่าแก่ถึงแม้จะผ่านสงครามโลกครั้งที่สองและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาได้แต่ยังคงความสมบูรณ์ให้เราได้เยี่ยมชนศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบโบราณได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นปราสาทฮิเมะจิได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกและสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นเมื่อเดือนธันวาคมปี พ.ศ. 2536 ถือว่าเป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น โดยอีก 2 แห่งคือ ปราสาทมะสึโมะโตะ และปราสาทคุมะโมะโตะ และยังเป็นปราสาทที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นนิยมเรียกในชื่อว่า “ปราสาทนกกระสาขาว” หรือ ฮะคุระโจะซึ่งมีที่มาจากพื้นผิวปราสาทภายนอกซึ่งมีสีขาวสว่าง ในปัจจุบันปราสาทฮิเมะจิได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นและมรดกโลกปราสาทฮิเมะจิเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์ของปราสาทญี่ปุ่น ด้วยมีลักษณะสถาปัตยกรรมและยุทโธปกรณ์ครบตามแบบของปราสาทญี่ปุ่น ทั้งฐานหินสูง กำแพงสีขาว และอาคารต่างๆในบริเวณปราสาทถือได้ว่าเป็นมาตรฐานตามแบบของปราสาทญี่ปุ่น และรอบๆปราสาทยังมีเครื่องป้องกันอีกมากมาย เช่น ช่องใส่ปืนใหญ่ รูสำหรับโยนหินออกนอกปราสาทจุดเด่นของปราสาทอย่างหนึ่งคือ ทางเดินสู่อาคารหลักซึ่งสลับซับซ้อนราวกับเขาวงกต ทั้งประตูและกำแพงต่างๆในปราสาทได้รับการออกแบบมาอย่างดีเพื่อป้องกันศัตรูไม่ให้บุกรุกเข้าถึงโดยง่าย โดยทางเดินมีลักษณะเป็นวงก้นหอยรอบๆอาคารหลัก Read More …

เที่ยวญี่ปุ่นต้องไปวัดคิโยะมิซุ

วัดคิโยะมิซุ ถือเป็นอีกสถานที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่นที่ใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและจากต่างแดนด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมโบราณของญี่ปุ่น ใครที่มีทัวร์ผ่านเมืองเคียวโตอย่าลืมแวะนะครับ ปัจจุบันวัดคิโยะมิซุจัดเป็นส่วนหนึ่งของอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นมรดกโลกขององค์กรยูเนสโก อาคารหลักของวัดคิโยะมิซุได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสมบัติประจำชาติญี่ปุ่น ชื่อของวัดซึ่งมีความหมายว่าน้ำบริสุทธิ์ มีที่มาจากน้ำตกที่ไหลผ่านเนินเขาลงมาบริเวณวัดอาคารหลักของวัดคิโยะมิซุเป็นที่รู้จักจากระเบียงขนาดใหญ่สูง 13 เมตร มีเสาไม้กว่าร้อยต้นรองรับ สร้างยื่นออกจากด้านข้างของเนินเขา จากระเบียงนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองเกียวโตะได้ วลีที่กล่าวว่า กระโดดจากระเบียงวัดคิโยะมิซุ ซึ่งหมายความว่า ตัดสินใจกะทันหัน หรือกล้าตัดสินใจ วลีนี้มีที่มาจากความเชื่อในสมัยเอะโดะที่ว่า หากผู้ใดสามารถกระโดดจากระเบียงวัดแล้วสามารถรอดชีวิตได้ ความปรารถนาของผู้นั้นจะสัมฤทธิ์ผลคำอธิบายที่น่าจะเป็นไปได้ในการรอดชีวิตจากการกระโดดระเบียงคือ ด้านล่างของระเบียงมีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น ซึ่งอาจจะชะลอแรงจากการตกได้บ้าง ในปัจจุบันทางวัดห้ามมิให้มีการกระโดดระเบียง แต่ในสมัยเอโดะมีการบันทึกไว้ว่า มีผู้มากระโดดถึง 234 คน และรอดชีวิตได้คิดเป็นร้อยละ 85.4 ของทั้งหมดข้างใต้อาคารหลักคือ Read More …